.jpg)
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้น แต่ทองคำ—ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยตามธรรมเนียม—กลับไม่สามารถปรับตัวขึ้น และปรับฐานลงแทน
ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงได้จุดประเด็นกังวลเงินเฟ้อขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟดถูกเลื่อนออกไป ภายใต้บรรยากาศของความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น บางสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจสูงถูกบังคับปิด (forced liquidation) ส่งผลให้เกิดแรงขายระยะสั้นเพิ่มขึ้น ทั้งสองปัจจัยนี้กดดันราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ และความต้องการเชิงโครงสร้างจากนักลงทุนสถาบันรวมถึงการเข้าซื้อของธนาคารกลางได้ช่วยจำกัด downside ของทองคำ
สัปดาห์นี้ นอกจากติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์แล้ว นักเทรดยังคงจับตาการประชุม FOMC และถ้อยแถลงจากประธานเฟด พาวเวลล์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัญญาณเกี่ยวกับเส้นทางการลดดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อราคาทองคำเพิ่มเติม
จากมุมมองบนกราฟรายวัน XAUUSD ทองคำไม่สามารถทะลุแนวต้าน $5,250 ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเริ่มปรับลงต่อเนื่องสามวันตั้งแต่วันพุธ ราคาหลุดแนวรับ $5,100 และลงไปทดสอบ $5,000 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันของการปรับตัวลง
ในช่วงเช้าวันจันทร์ ทองคำร่วงลงต่ำกว่า $5,000 ชั่วคราว ทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือนที่ $4,967 ระดับ $5,000 จึงเป็น pivot ระยะสั้นที่สำคัญมากในตอนนี้

หากระดับนี้ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน ทองคำอาจถอยลงสู่โซนแนวรับ $4,850–$4,900
แต่ถ้าทองคำยืนได้ ระดับแนวต้านถัดไปที่ต้องติดตามยังคงเป็น $5,100 และ $5,250
แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ทองคำกลับไม่ได้รับแรงหนุนแบบสินทรัพย์ปลอดภัยมากนัก สาเหตุสำคัญคือการเปลี่ยนมุมมองของตลาดจาก “ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย” ไปสู่ “เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย”
มีรายงานว่าทรัมป์กำลัง “พิจารณา” การยึดครองสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่รองรับประมาณ 90% ของการส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากควบคุมพื้นที่นี้ได้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากน้ำมันของอิหร่าน ผนวกกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันทั่วโลกที่อาจหยุดชะงักเป็นเวลานานเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ภายใต้ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ในปัจจุบัน ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงกลับกดดันทองคำแทน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐสะท้อนความเสี่ยงแบบ stagflation และราคาพลังงานที่สูงต่อเนื่องได้ทำให้ตลาดต้องประเมินเส้นทางการลดดอกเบี้ยของเฟดใหม่
การคาดการณ์ดอกเบี้ยในเชิงเข้มงวด (hawkish) ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรแท้จริงปรับสูงขึ้น และหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่า ดัชนี DXY พุ่งทะลุระดับ 100 เมื่อวันศุกร์ ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือน และบันทึกสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบประมาณ 18 เดือน เนื่องจากทองคำถูกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ ค่าเงินที่แข็งค่าจึงเป็นปัจจัยลบโดยธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน แรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงหุ้นสหรัฐที่มีนัยสำคัญ ทำให้บรรยากาศ risk-off รุนแรงขึ้น บางสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจต้องถูกบังคับขาย และ margin call ได้ซ้ำเติมแรงกดดันเชิงลบต่อทองคำในระยะสั้น
แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลง แต่ภาพรวมยังถือว่าการปรับฐานไม่รุนแรงมาก นอกเหนือจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว กระแสเงินจากสถาบันและยอดซื้อของธนาคารกลางยังคงช่วยพยุงราคา
สัปดาห์ที่ผ่านมา SPDR Gold ETF ยังถือครองทองคำเหนือระดับ 1,070 ตัน แม้ราคาทองคำจะอ่อนตัว ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันยังไม่ได้ลดสถานะลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงความผันผวนระยะสั้นนี้
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางที่คงอยู่ต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลด้านการขาดดุลการคลังของสหรัฐ ยังคงเป็นแรงหนุนระยะยาวสำคัญของทองคำ
โดยรวมแล้ว ทองคำเผชิญแรงกดดันขาลงในระยะสั้นเพิ่มขึ้น แม้ทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่ราคาน้ำมันที่สูงและความกังวล stagflation ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกถือสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนแทนทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ย
ถึงแม้แรงขายจะเพิ่มขึ้น แต่การถือครองที่มั่นคงของสถาบัน การซื้อของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงช่วยจำกัด downside ของทองคำ หากไม่มีปัจจัยกระตุ้นขนาดใหญ่ ทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบระดับสูงที่ใกล้เคียงปัจจุบัน มากกว่าการปรับลงแรงในทันที
สัปดาห์นี้ ตลาดจะจับตาทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการประชุม FOMC
ในฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ หากสหรัฐตัดสินใจลงมือยึดเกาะ Kharg จริง อาจถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ และอาจเกี่ยวข้องกับการส่งกำลังพลเพิ่มเติม รวมถึง
ความเสี่ยงของการตอบโต้ในวงกว้าง ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนของทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการประชุม FOMC ตลาดจะให้ความสำคัญว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะเปลี่ยนทิศทางเงินเฟ้อมากน้อยเพียงใด หาก Dot Plot ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยน้อยลงในปีนี้ หรือเฟดสื่อสารน้ำเสียงเข้มงวดมากขึ้น ย้ำว่าดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงต่อไป ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นต่อเนื่อง